ที่ตั้งและอาณาเขตขนาดและที่ตั้ง
|
จังหวัดระยองมีพื้นที่ประมาณ 3,552 ตารางกิโลเมตร หรือ
2,220,000 ไร่ ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกของประเทศไทยระหว่างเส้นรุ้งที่
12 -13 องศาเหนือและเส้นแวงที่ 101-102 องศาตะวันออก ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ
179 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหงัดใกล้เคียงดังนี้
|
อาณาเขต |
ทิศเหนือ ติดต่อกับเขตอำเภอหนองใหญ่ อำเภอบ่อทอง
และอำเภอศรีราชา ของ จ.ชลบุรี
ทิศใต้ จดทะเลอ่าวไทย พื้นที่ฝั่งทะเลยาวประมาณ
100 กิโลเมตรของอ่าวไทย
ทิศตะวันออก ติดต่อกับเขตอำเภอสัตกีบ อำเภอนายายอาม
ของจังหวัดจันทบุรี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับเขตสัตหีบอำเภอบางละมุง
ของจังหวัดชลบุรี
|
การปกครอง |
จัดรูปแบบการปกครองและการบริหารราชการเป็น
3 รูปแบบคือ
1. การบริหารราชการส่วนภูมิภาคแบ่งออกเป็น 2 ระดับ
1.1 ระดับจังหวัด ประกอบด้วย ส่วนราชการประจำจังหวัด
จำนวน
38
หน่วยงาน
1.2 ระดับอำเภอ ประกอบด้วย 6 อำเภอ
ได้แก่ อำเภอเมืองระยอง
อำเภอบ้านฉาง
อำเภอวงจันทร์ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ กิ่งอำเภอ
เขาชะเมา
กิ่งอำเภอนิคมพัฒนา โดยประกอบ 58 ตำบล 421
หมู่บ้าน
2. การบริหารราชการส่วนกลางประกอบด้วย ส่วนราชการสังกัดส่วน
กลางและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมาตั้งหน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่
จำนวน 45 หน่วยงาน
3. การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วยองค์การบริหารส่วน
จังหวัด1 แห่ง เทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลนคร
1 แห่ง เทศบาล
ตำบล 15 แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล
54 ตำบล
|
อาณาเขต |
จังหวัดระยองมี 3 เขตการเลือกตั้ง มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน
3 ท่าน และวุฒิสมาชิก 2 ท่าน โดยการเลือกตั้งวุฒิสภา เมื่อวันที่
4 มีนาคม 2543 ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เมื่อวันที่ 4 มีนาคม
2543 ผู้มีสิทธิ์
เลือกตั้ง 350,146 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์ 270,266 คน คิดเป็นร้อยละ
77.19 ประชากร
ในปี 2542 มีประชากรทั้งสิ้น 513,984 คน เป็นชาย 255,883
คน
อัตราความหนาแน่นของประชากรต่อพื้นที่ 144 คน ต่อตารางกิโลเมตร
อำเภอเมืองระยองมีประชากรมากที่สุดจำนวน 186,197 คน อัตราความหนาแน่นของประชากรต่อพื้นที่
362 คนต่อตารางกิโลเมตร
|
ลักษณะภูมิอากาศ |
มีลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อนลมทะเลพัดผ่านตลอดปี
อากาศอบอุ่นไม่ร้อนจัด บริเวณชายฝั่งทะเลเย็นสบาย ในฤดูฝนจะมีฝนตกชุก
ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมของทุกปี
ในปี 2542 ที่ผ่านมามีปริมาณฝนตกวัดได้โดยรวม 1,501.7 มิลลิเมตรและอุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายนวัดได้
37.5 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายนวัดได้
37.5 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่อสุดในธันวาคมวัดได้ 13.3
องศาเซลเซียส
|
ลักษณะดิน |
เป็นดินร่วนปนทราย
ระบายน้ำได้ดี แต่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่ในระดับต่ำ และมีภูเขาเตี้ยๆเป็นจำนวนมากที่สำคัญคือ
เขาชะเมาในเขตกิ่งอำเภอชะเมา สูงประมาณ 1,035 เมตร เขาขุนอินเ
เขาจอมแห เขาวังช้าง ในเขตอำเภอบ้านค่าย และเขาท่าฉุด เขายายดา
เขาตะเภาคว่ำ ในเขตอำเภอเมืองระยอง
|
ป่าไม้ |
จังหวัดระยองมีเนื้อที่ตาม
พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติและ พ.ร.ฎ.กำหนดเขตอุทยานแห่งชาติจำนวน
821.99 กิโลเมตร จากข้อมูลล่าสุดพบว่าพื้นที่ป่าไม้ของจังหวัดระยองเหลือประมาณ
209 ตาราง-กิโลเมตร ร้อยละ 5.88 ของพื้นที่ จังหวัดมีป่าสงวนแห่งชาติ
8 แห่ง มีอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ดและอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา
- เขาวง มีสวนรกชาติ 2 แห่ง คือ สวนรุกชาติเพ และสวนรุกชาติหนองสนม
มีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 1 แห่ง คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนย
โดยป่าส่วนใหญ่ของจังหวัดเป็นป่าดิบแล้ง นอกจากนี้ยังมีป่าชายเลน
ป่าเบญจพรรณ และป่าละเมาะ
|
ทรัพยากรแร่ธาตุ |
จากการสำรวจของกรมทรัพยากรธรณี พบว่าในจังหวัดระยองมีทรัพยากรแร่อยู่หลายชนิด
โดยเฉพาะแร่ที่มีปริมาณมากที่สุดคือ แร่ทรายแก้ว แร่หินอุตสาหกรรม
ชนิดหินประดับชนิดหินแกรนิต แร่หินประดับชนิดหินไนส์ แร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินไนส์
เพื่อการก่อสร้างหินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน เพื่อการก่อสร้าง
แร่อุตสาหกรรม และแร่เศรษฐกิจอื่นๆ ที่สำรวจพบ ได้แก่ แร่ดินขาว
แร่เฟลด์สปาร์ แร่คตอร์ทซ์ แร่ทองคำ นอกจากนี้ยังพบว่ามีกลุ่มแร่ที่หายาก
สะสมอยู่ตามชายฝั่งทะเลได้แก่ แร่ดีบุก แร่โรมาไซด์ แร่เซอร์คอน
แร่ซีโนไทม์ แร่คูลีซีน แร่ชิลเมไนท์ แร่รูไทล์ แร่โคลัมไบท์
และแร่แทนทาไลท์
|
ชนิดและผลผลิตแร่จังหวัดระยอง |
1.
แร่ทรายแก้ว ในปี 2542 มีจำนวนเหมืองทรายแก้วเปิดทำการทั้งสิ้น
9 แห่ง มีแร่ที่ผลิตได้จำนวน 286,230 เมตริกตัน โดยเหมืองส่วนใหญ่อยู่ในท้องที่ตำบลซากพง
ตำบลบ้านกร่ำ อำเภอแกลงใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมทรายแก้ว
กระจก ขวดสารเคมี ตัวเร่งปฏิกิริยาในการถลุงโลหะ เซรามิก
2. แร่ดินขาว มีการผลิตอยู่ในท้องที่ตำบลห้วยยาง อำเภอแกลง
ในจำนวนไม่มากนัก
3. แร่อุตสาหกรรมชนิดหินปูน เพื่อการก่อสร้างประมาณ 200
ไร่ ที่ตำบลห้วยทับมอญ กิ่งอำเภอเขาชะเมา ผลิตแร่เพื่อใช้ในการก่อสร้างทั่วไป
4. แร่หินอุตสาหกรรมชนิดแกรนิต มีการยื่นขอประทานบัตรในท้องที่
ี่กิ่งอำเภอนิคมพัฒนาและอำเภอบ้านค่าย จำนวน 2 แปลง เนื้อที่ประมาณ
500 ไร่ ผลผลิตใช้เป็นหินประดับตกแต่งอาคาร ปูพื้น และประดับฝาผนัง
ในปี 2542 มีเหมืองแร่ที่มีสัมปทานทั้งหมด 33 แปลง มีรายได้จากค่าภาคหลวงแร่
และมีค่าธรรมเนียมรวม 7,958,939.58 บาท นอกจากนี้ยังมีก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยส่งมายังโรงแยกก๊าซ
ธรรมชาติของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ที่จังหวัดระยองนับเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศ
|