สาธิตวาไรตี้
แนะนำ"เว็บดังที่ชื่นชอบ" จากคอลัมน์มองโลกผ่านสื่อ นสพ.สารประชาธิปัตย์
"ประชาธิปไตย ไม่มีวันหยุด"
เรื่องราวความผูกพันธ์ระหว่าง ส.ส.สาธิต ปิตุเตชะ และเด็กชาย ที่ชื่อ "ประชาธิปไตย"
"พรรคประชาธิปไตย"
หลากหลายมุมมอง ถ่ายทอดผ่านเสียงเพลง จากส.ส.สาธิต ปิตุเตชะ จัดทำโดยคณะกรรมการภาคกลาง
ระยอง เริ่มปรากฎ ชื่อในพงศาวดาร เมื่อ ปี พ.ศ.2113 ในรัชสมัยของ สมเด็จพระมหาธรรมราชาแห่ง กรุงศรีอยุธยา โดยมีประวัติดั้งเดิมตามข้อ สันนิษฐานว่าน่าจะก่อตั้งเมืองขึ้น เมื่อประมาณพ.ศ. 1500 ยุคที่ขอมมีอนุภาพเฟื่องฟูแถบดินแดน สุวรรณภูมิ นักโบราณคดีได้สันนิษฐานจาก หลักฐานที่พบ คือ ซากศิลาแลงคูค่าย ที่ยังหลงเหลือ อยู่ในเขต อำเภอ บ้านค่าย อันเป็นศิลปะการ ก่อสร้างแบบขอม โดยในสมัยโบราณระยอง มีชนพื้นเมือง คือชาวซองซึ่งเป็นเผ่าที่อาศัยอยู่กระจาย โดยทั่วไปใน ภาค ตะวันออก ... มีต่อ>>


‘สาธิต’ เสนอ รัฐ ออกกฎเหล็ก ยุติขยาย – สร้างโรงงานใน เขตระยอง – ชลบุรี แก้มลพิษ

Source - พรรคประชาธิปัตย์ (Th)
Sunday, May 13, 2007 16:59




นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวที่พรรคฯ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 50 ว่า จากการที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามปัญหาสิ่งแวดล้อมและมลภาวะเป็นพิษในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งแม้ว่าขณะนี้รัฐบาลโดยการดำเนินการของ นายโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรองนายกรัฐมนตรี มีมติให้เข้าไปดำเนินการกับปัญหานี้ แต่ทางพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายสาธิต เห็นว่า แม้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องขับเคลื่อนแต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือปัญหามลภาวะของประชาชนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ในจังหวัดระยองและชลบุรี ก็จะต้องดำเนินการแก้ไขควบคู่กันโดยรัฐควรแสดงความจริงใจ และรอบคอบในการควบคุมมลพิษอย่างเคร่งครัด และปฏิบัติกับผู้ประกอบการอย่างเข้มงวดตามกรอบของกฎหมาย

นายสาธิตกล่าวว่า นโยบายที่รัฐได้ดำเนินการไปแล้วมี 2 มาตรการ ประกอบด้วยการจูงใจภาคเอกชนในการลดภาษีให้กับผู้ประกอบการที่ควบคุมสารที่เกิดจากการผลิตที่จะออกมาสู่บรรยากาศให้น้อยลงตามกฎหมายกำหนด มาตรการที่ 2 คือการจัดสรรเงินกองทุน “โครงการระยองแข็งแรง” โดยมอบให้จังหวัดไปบริหารจัดการ เป็นจำนวนเงินเพียง 40 ล้านบาท ขณะนี้ได้ถูกนำไปใช้แล้ว แต่ไม่ทราบว่าถูกประเภทหรือไม่

นายสาธิตกล่าวต่อไปว่า แม้รัฐจะมีมาตรการออกมาแล้ว แต่ยังถือว่าไม่สมบูรณ์ที่สุดในระยะยาว และที่สำคัญข้อเรียกของประชาชนยังไม่ได้ถูกตอบสนอง กล่าวคือ ข้อเรียกร้องที่ให้รัฐบาลประกาศให้เขตอุตสาหกรรมมาบตาพุด เป็นเขตควบคุมมลพิษ
“การประกาศให้เขตอุตสาหกรรมมาบตาพุด เป็นเขตควบคุมมลพิษ จะทำให้เกิดประโยชน์ทุกฝ่าย อันจะทำให้เราได้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงงานชนิดใด ปล่อยสารอะไร ปล่อยมากแค่ไหน และเป็นสาเหตุที่ทำให้คนในพื้นที่เป็นมะเร็งจริงหรือไม่ เป็นโรคทางเดินหายใจจริงหรือไม่ เป็นโรคผิวหนังจริงหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการในข้อเรียกร้องของภาคประชาชน” นายสาธิตกล่าว

ส่วนข้อเรียกร้องที่ 2 ของภาคประชาชนคือ ให้รัฐบาลยุติการขยายโรงงานในโครงการใหม่ ๆ ทั้งหมดไว้ก่อนและให้ศึกษาว่าโรงงานเดิมมีการปล่อยสารพิษประเภทไหนออกมาอย่างไร และให้กรมควบคุมมลพิษเข้าไปดำเนินการ นายสาธิตเปิดเผยว่า ข้อเรียกร้องนี้ก็ยังไม่ถูกปฏิบัติเช่นกัน แต่เข้าใจได้ว่าการยุติการขยายการลงทุนจะมีผลกระทบในภาพรวมของเศรษฐกิจ อันเป็นข้อจำกัดของรัฐบาลประการหนึ่งดังนั้นรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ จึงขอเสนอแนะทางออกให้กับรัฐบาลว่า แทนที่จะให้เงินกองทุนระยะสั้น นอกจากไม่ช่วยแก้ปัญหา แต่กลับจะไปสร้างปัญหาแล้ว ควรหาทางออกกฎหมายให้ชัดเจนว่ารัฐจะจัดเก็บภาษีตามชนิดและประเภทของโรงงานที่ปล่อยสารพิษ หรือสร้างมลภาวะชนิดใด ที่ไปสร้างความเจ็บป่วยให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปตั้งเป็นกองทุนสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัย หรือเตรียมแผนบรรเทาสาธารณภัย และให้ผู้บริหารเงินกองทุนนี้ควรมาจากภาคประชาชนในสัดส่วน 1 ใน 3 พร้อมทั้งเสนอให้รัฐออกข้อบังคับเพื่อควบคุมโรงงานให้ดำเนินการด้านการควบคุมสารพิษเสียก่อนที่จะอนุญาตให้เปิดประกอบกิจการ เพราะหากเป็นอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันปัญหาต่าง ๆ ทีเกิดขึ้นก็จะซ้ำรอยเดิม
ในขณะที่ปัญหาดังกล่าวกำลังพยายามแก้ไขอยู่นั้นนายสาธิต กล่าวว่า ขณะนี้มีบริษัท IRPC ประกาศลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าซึ่งอยู่ในพื้นที่ของ IRPC เป็นเหตุให้กระแสชาวบ้านลุกฮือขึ้นต่อต้านทันที เพราะโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จะสร้างใหม่นี้อยู่ห่างจาก อ.เมือง ระยอง เพียง 1 กม. ดังนั้น ตนจึงอยากเรียกร้องให้ผู้บริหาร IRPC ซึ่งก็คือบริษัท ปตท. และรัฐบาลยุติโครงการนี้โดยทันที ก่อนที่จะเกิดวิกฤตปัญหาให้รัฐบาลแก้ไขเพิ่มอีก

ทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ 13 พ.ค. 2550--จบ--



‘สาธิต’ เตือน ‘ปธ.คมช.’ อย่าผลีผลาม หวั่นเข้าทางกลุ่มอำนาจเก่า-คนไม่รักชาต

วันนี้(9พ.ค.50)นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกฯและ อดีตส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่หลายกลุ่มออกมาเคลื่อนไหว โดยเฉพาะกลุ่มแกนนำสมัชชาภาคอีสาน 19 จังหวัด ที่ได้ยื่นหนังสือต่อ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. เพื่อให้ปลด พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้ดูเหมือนว่าประธาน คมช. ก็ให้ความสนใจกับกระแสเหล่านั้น และดูจากกลุ่มคนดังกล่าวก็มีความพยายามที่จะนำเสนอข่าวในลักษณะว่า ประธาน คมช. หลงใหลในอำนาจหรือมีท่าทีที่จะสืบทอดอำนาจต่อไป ดังนั้น ตนจึงอยากเรียกร้องให้ประธาน คมช. ตระหนักและเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ให้มากกว่านี้ และที่สำคัญอย่ายึดติดตำแหน่ง

รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า หาก ประธาน คมช. ปลด นายกกรัฐมนตรี ตนเชื่อว่าก็ไม่สามารถทำให้สถานการณ์ดีขึ้น เพราะปัญหาเกิดจาก 2 ประเด็นหลัก คือ 1. เกิดจากทีท่าของผู้สูญเสียประโยชน์ ไม่ได้รักชาติเหมือนที่ปากพูด แต่มักจะเรียกร้องในสิ่งที่ตนเองต้องการ เมื่อไม่ได้ หรือเมื่อรัฐบาลไม่สนองตอบก็มักจะใช้วิธีการที่ไม่ชอบกดดันทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิดของกลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยเพื่อประชาชน บุคคลผู้นี้มีจุดมุ่งหมายสูงสุดคือทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ธุระกิจที่สูญเสียไปกลับมาเป็นของตนเองโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ 2. เกิดจากกลุ่มอำนาจเก่าที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันเพื่อผลประโยชน์ของตนเองเป็นใหญ่

“เพราะฉะนั้นถ้าประธาน คมช.คิดไม่รอบคอบหรือผลีผลามอาจเข้าทางของคน 2 กลุ่มนี้ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ ขณะนี้ประเทศชาติได้เดินทางฝ่าวิกฤตมาพอสมควรใกล้จะถึงการเริ่มต้น ดังนั้นจึงควรจะหันมาถกเถียงกันในเรื่องความคิดเพื่อจะหาสิ่งที่ดีที่สุดกันให้ประเทศ”รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว


นายสาธิต กล่าวทิ้งท้ายว่า ในสถานการณ์ขณะนี้โดยสภาพของสถานการณ์แล้วจะทำให้คนที่มีความคิดเดียวกันไหลไปอยู่ด้วยกัน โดยเฉพาะพวกที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติถึงแม้ว่าจะอยู่คนละส่วนคนละฝ่าย และที่สำคัญกลุ่มพันธมิตรต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน อย่างปล่อยให้คนไม่ดีมาครอบงำ หรือมามีอิทธิพลเหนือกว่า และที่สำคัญอย่างให้คนเหล่านี้มาแอบอ้างใช้กำลังของพันธมิตรประชาชนเพี่อประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์ของเขาเอง มิได้ทำเพื่ออุดมการณ์ที่ถูกต้องเหมือนที่เหมือนพันธมิตรประชาชนเพี่อประชาธิปไตยเคยมีมา



‘ปชป.’ เรียกร้อง สสร. ฟังความเห็นฝ่ายการเมือง ‘ผู้ใช้กฎหมายโดยตรง’
Source - พรรคประชาธิปัตย์ (Th)
Sunday, April 22, 2007 16:59



วันนี้(22 เม.ย.50) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าหลังจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเผยแพร่ให้สาธารชนรับทราบ พรรคประชาธิปัตย์ ได้พิจารณาและตรวจสอบร่างฯ ดังกล่าวแล้วเห็นว่ายังไม่สมบูรณ์เพียงพอกับการปฏิรูปการเมือง เพื่อนำไปสู่รัฐธรรมนูญที่จะเป็นรากฐานที่มั่นคงที่เป็นโครงสร้างของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ยังไม่ได้ให้น้ำหนักรับฟังความเห็นจากนักการเมือง ซึ่งเป็นผู้ใช้กฎหมายโดยตรง ทำให้มีปัญหาในหลายมาตรา และเนื้อหาสาระของร่างนั้นยังไม่เพียงพอที่จะปฏิรูปการเมืองได้ทั้งระบบ จึงขอให้ ส.ส.ร. ใช้เวลาในช่วงการเผยแพร่ และการแปรญัตติ ทำให้รัฐธรรมนูญสมบูรณ์ที่สุด
ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีจุดเด่น คือการให้สิทธิกับประชาชนได้มีส่วนร่วมในทางการเมืองมากขึ้น และมีการระบุในเรื่องการป้องกัน หรือกลั่นกรองบุคคลที่จะเข้ามาสู่อาชีพการเมือง รวมทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจของนักการเมือง รวมทั้งการเข้าสู่ตำแหน่ง และการพ้นตำแหน่ง และที่สำคัญคือการครอบงำสื่อ โดยเขียนไว้ว่าไม่ให้นักการเมืองเข้าไปเป็นเจ้าของสื่อ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ส่วนจุดด้อยนั้น คือประเด็นการสรรหา ส.ว. ถือว่าขัดกับหลักประชาธิปไตยโดยตรง และอาจนำไปสู่การซื้อเสียงในอนาคต โดยเป็นการซื้อไปที่ตัวคณะกรรมการสรรหา และที่สำคัญทำให้ดุลการถ่วงดุลนั้นเสียไป เพราะกฎหายระบุว่าองค์กรอิสระมาสรรหาส.ว. และระบุว่า ส.ว.มีอำนาจถอดถอนองค์อิสระ เป็นต้น

ทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ 22 เม.ย. 2550



ร้องรัฐรับมือมังคุด-ทุเรียนราคาตก
Source - เว็บไซต์ข่าวสด (Th)
Monday, April 16, 2007 09:16



นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีต ส.ส.ระยอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ผลผลิตผลไม้ไทย ทั้งมังคุดและทุเรียนกำลังออก และกำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำ โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนราคามังคุดจากสวนกิโลกรัมละ 25 บาท แต่สัปดาห์นี้ตกลงไปเหลือกิโลกรัมละ 7 บาทเท่านั้น ส่วนทุเรียนชะนีราคายังอยู่ที่กิโลกรัมละ 15 บาท ก็ถือว่ายังพอรับได้ แต่เกรงว่าในอนาคตอันใกล้นี้ทุเรียนจะเกิดปัญหาราคาตกต่ำจะซ้ำรอยมังคุด เพราะประเมินว่าเมื่อผลผลิตออกสู่ท้องตลาดเพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์ถัดๆไปราคาจะตกลงอย่างรวดเร็ว และยังมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ซึ่งบางปีมังคุด ทุเรียนราคาตกต่ำเหลือกิโลกรัมละไม่ถึง 5 บาท
นอกจากนี้เงาะกำลังจะออกสู่ตลาดตามมาอีก ซึ่งจะส่งผลกระทบเกษตรกรชาวสวนผลไม้อย่างมาก ดังนั้นรัฐบาลควรให้ความช่วยเหลือเศรษฐกิจรากแก้วอย่างจริงจังและเร่งด่วน โดยพรรคประชาธิปัตย์ขอเสนอแนวทางแก้ไขให้รัฐบาลรีบเข้ามาให้ความช่วยเหลือโดยเร็วคือรัฐบาลควรเร่งกระจายสินค้าจากแหล่งผลิตไปสู่ผู้บริโภคทั่วทุกภูมิภาค ทั้งในประเทศและการส่งออก โดยอาจจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สหกรณ์จังหวัด เกษตรจังหวัด ดำเนินการจัดซื้อและจำหน่ายในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศอย่างที่เคยทำได้ผลมาแล้ว
นายสาธิต กล่าวว่า รัฐบาลควรส่งเสริมเรื่องการแปรรูปผลไม้ เพื่อให้ได้ราคาสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยแบ่งเบาลดปริมาณผลผลิตของผลไม้ได้ และรัฐบาลควรส่งเสริมให้เร่งศึกษาวิจัยเทคโนโลยีว่าจะทำอย่างไรให้ผลไม้เหล่านี้มีอายุอยู่ได้นาน เพื่อช่วยการส่งออก และส่งเสริมให้มีการตั้งโรงงานแปรรูปผลไม้ในพื้นที่ เพราะปัจจุบันแม้ในเขตภาคตะวันนออกจะมีนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และมีโรงงานมากมาย แต่ยังขาดโรงงานแปรรูปผลไม้ นอกจากนี้ควรเร่งรณรงค์เชิญชวนให้ชาวไทยทุกคนบริโภคผลไม้ไทยทั้งมังคุด ทุเรียน เงาะ และขอให้ความเป็นชาตินิยมช่วยเหลือเกษตรกรคนไทยด้วยกัน อย่าเพิ่งไปบริโภคผลไม้ต่างชาติ เช่น แอ๊ปเปิ้ล สาลี่ ที่ขณะนี้มีราคาถูกลงอย่างมาก (กรอบบ่าย)



ปชป.จี้ส่งเรื่องอดีต กกต.ผิดก.ม.ฮั้วให้ ป.ป.ช.เชือด
Source - เว็บไซต์คมชัดลึก (Th)
Monday, April 16, 2007 03:03

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ส่งเรื่องอดีต กกต.ชุดที่แล้วทำผิด พ.ร.บ.ฮั้ว ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ตรวจสอบพบว่าการจัดซื้อจัดจ้างของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการกระทำผิด พ.ร.บ.การเสนองานต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้ว) ว่าองค์กรอิสระที่ผ่านมาตรวจสอบยาก เพราะถูกครอบงำและหนุนหลังจากผู้มีอำนาจ จึงได้ทำผิดเสียเองในหลายกรณี
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ดังนั้นวันนี้ขอเรียกร้องว่า เมื่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ตรวจพบว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ก็ควรจะดำเนินการอย่างจริงจัง โดยส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้มีการดำเนินคดีกับอดีต กกต.ชุดก่อน รวมทั้งพนักงานประจำและบริษัทเอกชน ที่ร่วมกันฮั้วก็ต้องจัดการ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และเป็นตัวอย่างว่า องค์กรอิสระที่กระทำความผิด ก็ต้องถูกลงโทษเช่นกัน




ปชป.มาแปลกชี้ คมช.แก้ซื้อเสียงแนะต้องดันเป็น’วาระแห่งชาติ’
Source - เว็บไซต์เดลินิวส์ (Th) Monday, April 09, 2007 08:55

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรค ประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และรัฐบาลรณรงค์ต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม โดยรัฐบาลต้องประกาศเรื่องนี้เป็นวาระแห่ง ชาติ เพราะการซื้อสิทธิ์ขายเสียงถือเป็นปฐมเหตุ ที่ทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมือง และทำให้ประชาชนเห็นว่าพรรคการเมืองขาดจิต สำนึกที่ดี รวมถึงคิดเหมารวมว่านักการเมืองทุกคนเป็นนักการเมืองที่ไม่ดี ทั้งที่จริงแล้ว คนที่ดีมีความสามารถในสังคมมีอยู่มาก แต่เป็นเพราะที่ผ่านมา เกิดปัญหาเกี่ยวกับนักการเมืองที่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทำให้คนเหล่านี้ไม่กล้าเข้ามาสู่ถนนสายการเมือง จึงขอให้รัฐบาล เร่งดำเนินการปฏิรูปการเลือกตั้งให้เป็นรูปธรรม เพื่อปลอดจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียง เพราะเรา ไม่อยากเห็นการเลือกตั้งเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หรือเพื่อใช้เป็นช่องทางในการลง จากอำนาจเท่านั้น โดยรัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯ ควรใช้โอกาสนี้สร้างคุณูปการทำเรื่องนี้เพื่อเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง อย่าปล่อยให้ กกต. ที่มีกำลังคนเพียงจำกัด จัดการเลือกตั้งเพียงหน่วยงานเดียว รัฐบาล และ คมช. จะต้องพยายามให้การเลือกตั้งในวันที่ 16 หรือ 23 ธ.ค.นี้ เป็นการเลือกตั้งอย่างแท้จริง.



‘สาธิต’ ย้ำ รบ. ต้องทำให้การเลือกตั้งปลายปี สุจริต เพื่อเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง
Source - พรรคประชาธิปัตย์ (Th)
Sunday, April 08, 2007 17:11



วันที่ 8 เมษายน 50 นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงหนังสือที่เป็นการให้ข้อเท็จจริงในเรื่องการต่อสู้คดียุบพรรค จำนวน 3 เล่มประกอบด้วย คำให้การของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, คำให้การของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ คดีของพรรคประชาธิปัตย์ และคำให้การของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กรณีของพรรคไทยรักไทย โดยหนังสือทั้ง 3 เล่มนี้หากประชาชนสนใจก็สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ในราคาพิเศษ 3 เล่ม 100 บาท หรือสามารถซื้อในราคาปกติเล่มละ 60 บาทที่ร้านหนังสือทั่วไป
นอกจากนี้นายสาธิต ยังเรียกร้องให้รัฐบาลรณรงค์ต่อต้านการซื้อสิทธิ์ ขายเสียง หรือ ทำให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม โดยกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญว่าการเลือกตั้งนั้นเป็นปฐมเหตุแห่งปัญหาทางการเมืองทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเรื่องการทุจริต คอร์รัปชั่น ปัญหาเรื่องนักการเมืองไม่มีคุณภาพจนทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เบื่อหน่ายการเมือง เหมารวมนักการเมืองว่าเป็นนักการเมืองไม่ดี
สำหรับปัญหาที่กำลังถกเถียงในการร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของนายกรัฐมนตรีนั้น นายสาธิตกล่าวว่า ปัญหานี้ส่งผลให้ประชาชนเข้าใจว่าทางเลือกในการมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นน้อย มีเฉพาะหัวหน้าพรรคเท่านั้น กล่าวคือในปัญหาของเรื่องนี้คนดี ๆ ของสังคมที่พร้อมจะเล่นการเมือง แต่หากสภาพของการเลือกตั้งอยู่ในลักษณะที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม จะต้องใช้ทุนสูง และต้องเปลืองตัวในการถูกวิพากษ์วิจารณ์ เป็นเหตุให้คนเหล่านั้นไม่เต็มใจพร้อมที่จะเข้ามาสู่ถนนการเมือง อันส่งผลมาปัญหาการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตดังกล่าว
พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายสาธิต ปิตุเตชะจึงได้เรียกร้องให้รัฐบาลซึ่งเหลือเวลาอีก 6 เดือนข้างหน้าทำเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องการเห็นการเลือกตั้งที่จะถึงนี้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของรัฐบาล หรือใช้เป็นช่องทางในการลงจากอำนาจ เพราะหากมีวัตถุประสงค์เพียงเท่านี้และปล่อยให้การเลือกตั้งดำเนินต่อไปโดยไม่มีการแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิ์ ขายเสียง ก็จะไม่เกิดประโยชน์กับประเทศชาติเลย แต่ในเรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์กลับเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีของรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ที่จะได้สร้างคุณูปการให้ประเทศชาติ และเป็นประโยชน์อย่างสูงสุดในทางการเมืองที่จะทำเรื่องการเลือกตั้งที่สุจริต และเที่ยงธรรมฝากให้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงกับประเทศชาติได้หากสามารถทำให้เป็นวาระแห่งชาติดังกล่าว



สถานีโทรทัศน์
ช่อง 3 l ช่อง 5 l ช่อง 7 l Modern 9 TV l ทีวีไทย l Nation Channel l ASTV l PTV
หนังสือพิมพ์
The Nation l คมชัดลึก l มติชน l ไทยรัฐ l เดลินิวส์ l ข่าวสด l ไทยโพสต์ l แนวหน้า l กรุงเทพธุรกิจ l สยามรัฐ l บ้านเมือง l ฐานเศรษฐกิจ l บางกอกโพสต์ l โพสต์ทูเดย์ l ประชาชาติธุรกิจ
หน่วยงานราชการ
- ตำรวจท่องเที่ยว
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- Internet Police
- ตำรวจทางหลวง
- กระทรวงการคลัง
- กระทรวงการต่างประเทศ
- กระทรวงคมนาคม
- กระทรวงพาณิชย์
- กระทรวงยุติธรรม
 
 
 
 
Copyright © 2003 Satit Pitu-techa Office. All Rights Reserved
Contact Us : kanyanat.ks@hotmail.com