สาธิตวาไรตี้
แนะนำ"เว็บดังที่ชื่นชอบ" จากคอลัมน์มองโลกผ่านสื่อ นสพ.สารประชาธิปัตย์
"ประชาธิปไตย ไม่มีวันหยุด"
เรื่องราวความผูกพันธ์ระหว่าง ส.ส.สาธิต ปิตุเตชะ และเด็กชาย ที่ชื่อ "ประชาธิปไตย"
"พรรคประชาธิปไตย"
หลากหลายมุมมอง ถ่ายทอดผ่านเสียงเพลง จากส.ส.สาธิต ปิตุเตชะ จัดทำโดยคณะกรรมการภาคกลาง
ระยอง เริ่มปรากฎ ชื่อในพงศาวดาร เมื่อ ปี พ.ศ.2113 ในรัชสมัยของ สมเด็จพระมหาธรรมราชาแห่ง กรุงศรีอยุธยา โดยมีประวัติดั้งเดิมตามข้อ สันนิษฐานว่าน่าจะก่อตั้งเมืองขึ้น เมื่อประมาณพ.ศ. 1500 ยุคที่ขอมมีอนุภาพเฟื่องฟูแถบดินแดน สุวรรณภูมิ นักโบราณคดีได้สันนิษฐานจาก หลักฐานที่พบ คือ ซากศิลาแลงคูค่าย ที่ยังหลงเหลือ อยู่ในเขต อำเภอ บ้านค่าย อันเป็นศิลปะการ ก่อสร้างแบบขอม โดยในสมัยโบราณระยอง มีชนพื้นเมือง คือชาวซองซึ่งเป็นเผ่าที่อาศัยอยู่กระจาย โดยทั่วไปใน ภาค ตะวันออก ... มีต่อ>>



ปชป.บอกให้สภาถกแก้รธน.เท่ากับโยนประชามติทิ้ง ถาม"ยอมขนาดนี้จะเอาอะไรอีก""สุเทพ"เชื่อพรรคร่วมไม่แตก

Source - พรรคประชาธิปัตย์ (Th)
วันที่ 03 มกราคม พ.ศ. 2553

"สุเทพ"มั่นใจปมงัดข้อแก้รธน. ไม่ทำพรรคร่วมแตก ย้ำทางออกโยนให้เป็นเรื่องสภา ยังอึกอัก"เขตเดียวเบอร์เดียว" "เทพไท"ปราม"เติ้ง"ต้องฟังเสียง "ปชป.-สว." ด้วย "สาธิต"ค้านสภาถกบอกเท่ากับโยนประชามติทิ้ง ถามยอมขนาดนี้แล้วจะเอาอะไรอีก
ปชป.บอกถ้าให้สภาถกแก้รธน.เท่ากับโยนประชามติทิ้ง

นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็พูดชัดว่าคนละเรื่องกับการร่วมรัฐบาล และอาจจะมีความเห็นแตกต่างกัน ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ผู้บริหารและส.ส.ของพรรคก็อาจจะเห็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปคนละทาง ดังนั้นจะต้องมาพูดคุยกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้ถูกเสนอโดยรัฐบาล เพราะความเห็นไม่ตรงกัน แต่ถูกเสนอโดยส.ส.ที่เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ จำนวน 1 ใน 5 ดังนั้นจากนี้ไปการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องไปสู้กันในสภาแล้ว ใครเห็นอย่างไรไปว่ากันภายในนั้น ทั้งนี้มาตรา 190 ,265 และ 266 ที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน ก็อาจให้รัฐบาลเป็นผู้เสนอได้ แต่มาตราใดที่เห็นไม่ตรงกัน อย่างเรื่องเขตเลือกตั้งที่ยังเห็นต่างกันอาจมาคุยกันว่าจะทำประชามติหรือไม่

"การให้ไปคุยเรื่องแก้รัฐธรรมนูญที่สภา ก็ถือว่าต้องโยนการทำประชามติทิ้งไปเลย และถือพรรคประชาธิปัตย์ได้ถอยไปก้าวหนึ่งแล้ว เพราะก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันมาตลอดว่าจะต้องมาทำประชามติก่อนแก้ไข แต่ครั้งนี้ถึงกับโยนการทำประชามติทิ้งหากมาตราใดเห็นตรงกัน จึงต้องถามกลับไปว่าแล้วจะเอาอะไรอีก" นายสาธิต กล่าว

ปชป.โยนให้สภาดูแก้รธน.เชื่อไม่ทำขั้วรัฐบาลแตก

นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า พรรคยังหวังว่าทุกฝ่ายจะหันกลับมาให้ความร่วมมือตามแนวทางของคณะกรรมการสมานฉันท์ แต่อุปสรรคสำคัญคือการที่ฝ่ายค้านไม่ให้ความร่วมมือในการทำประชามติ ส่วนกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลอยากแก้มาตรา 190 และเขตเลือกตั้งก่อน หากประเด็นดังกล่าวไม่สร้างความแตกแยก ก็อาจจะให้รัฐสภาที่ประกอบด้วย ส.ส. และส.ว. ร่วมพิจารณาว่าจะเดินหน้าเรื่องนี้หรือไม่ โดยปชป.ไม่คัดค้าน แต่จะต้องนำเข้าหารือในที่ประชุมพรรคก่อน เนื่องจากขณะนี้ยังมีความเห็นที่แตกกันอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่าแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลประกาศว่าจะหันไปสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ไม่เคยได้ยินว่าพรรคร่วมรัฐบาลบอกว่าจะหันไปใช้รัฐธรรมนูญ 2540 เพราะจะไปเข้าทางเจตนาของพท.ที่ทำทุกอย่างให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯหลุดพ้นคดี

ส่วนกรณีที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ขู่ว่าหากไม่แก้จะเปลี่ยนขั้ว นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ไม่ได้ยินนายชวรัตน์พูดอย่างนั้น ดังนั้นต้องไปดูรายละเอียดของคำพูดทั้งหมดนายชวรัตน์คืออะไร มาจากคำถามอะไรของผู้สื่อข่าว แต่ยืนยันว่าปชป.พร้อมทำงานกับพรรคร่วมต่อไป นอกจากนี้ยังมั่นใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะไม่ใช่ประเด็นที่สร้างความแตกแยกในรัฐบาล และสร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง

"สุเทพ"เชื่อแก้ รธน.ไม่ทำรบ.แตก

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 ม.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้จัดการรัฐบาล มั่นใจความไม่เป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล ในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นชนวนนำสู่ความแตกแยก เนื่องจากยังมีกลไกสภาที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้

ในการให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานในรอบปีที่ผ่านมาของรัฐบาลผสม 6 พรรค นายสุเทพ กล่าวเมื่อวันที่ 2 มกราคมว่า การเมืองของรัฐบาลอาจตะกุกตะกักบ้าง ทำให้คนรู้สึกว่าทะเลาะกันหรือเปล่า ความจริงคือไม่ใช่ แต่อยากให้ประชาชนอดทน เพราะเป็นช่วงที่มีวิกฤตในบ้านเมือง ดังนั้น อาจมีเหตุไม่ราบรื่น แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เช่น พรรคร่วมรัฐบาลอาจมีความเห็นไม่สอดคล้องกันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เชื่อว่าไม่ใช่ชนวนความแตกแยก เพราะยังมีกลไกในสภาที่จะใช้แก้ไขปัญหาได้

ย้ำทางออกเล็งโยนเป็นเรื่องสภา

นายสุเทพ กล่าวว่า กรณีที่พรรคร่วมรัฐบาล (อย่างน้อย 3 พรรค คือ ชาติไทยพัฒนา ภูมิใจไทย และเพื่อแผ่นดิน) ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใน 2 มาตรา คือ 1.มาตรา 190 เรื่องการทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ประชาธิปัตย์ไม่มีปัญหา สนับสนุนให้แก้ไขได้โดยไม่จำเป็นต้องลงประชามติ เพราะไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง และ 2.เรื่องระบบเลือกตั้ง โดยให้กลับไปใช้ระบบเขตเดียวเบอร์เดียว เรื่องนี้คนในประชาธิปัตย์ยังมีความเห็นต่างกันและยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นเด็ดขาด

"ผมต้องจัดการหาคำตอบให้พรรคร่วมรัฐบาล เพราะถ้าทำอย่างนี้ไม่ได้ ยังมีช่องทางอื่นๆ เช่น ให้เป็นเรื่องของสภา และทุกคนสามารถลงมติได้อย่างเสรี ใครจะเสนออย่างไรก็เสนอไป เพียงแต่วันนี้อะไรที่เห็นไม่ตรงกัน คนมักมองเป็นเรื่องความขัดแย้ง นี่คือความตะกุกตะกักที่บอกไว้" นายสุเทพ กล่าว

ปธ.ปชป.บอกยังพอมีเวลาหารือ

นายชุมพล กาญจนะ ประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมรัฐบาลกดดันให้พรรคประชาธิปัตย์เร่งผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้พรรคได้หารือกันไปแล้ว ตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุม โดยได้มอบหมายให้นายสุเทพไปคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลให้เป็นข้อยุติว่า มีประเด็นอะไรบ้างที่ต้องปรับปรุงแก้ไข  ซึ่งที่ผ่านมาเป็นการหารือระหว่างคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลหรือวิปรัฐบาลด้วยกันเท่านั้น ต่อไปจะแก้ไขประเด็นใดก็ต้องมาถกกันในพรรคอีกครั้ง ทั้งนี้ จะหยิบยกเรื่องนี้มาหารือในที่ประชุม ส.ส.หลังรับรองบุคคลที่คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ (รมว.) กระทรวงสาธารณสุขแล้ว ส่วนจะเป็นวันไหนนั้น ต้องรอการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 6 มกราคมก่อน

เมื่อถามว่า ดูเหมือนพรรคร่วมจะบีบหนักให้แก้รัฐธรรมนูญ แล้วจะมีปัญหาหรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ไม่น่ามีปัญหาเพราะยังมีเวลา กว่าสภาจะเปิดประชุมอย่างน้อย 20 วัน ดังนั้น ช่วงดังกล่าวยังมีเวลาหารือกัน น่าจะได้ข้อยุติ และเชื่อว่าท้ายที่สุดคงหาข้อยุติร่วมกันได้ว่า มีประเด็นใดบ้างที่สมควรแก้ไข

ให้ถามสังคมเห็นด้วยหรือไม่

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคภูมิใจไทย ออกมาทวงสัญญาจากพรรคประชาธิปัตย์ในการผลักดันแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในมาตรา 190 เกี่ยวกับสนธิสัญญาระหว่างประเทศ และระบบเขตเลือกตั้งว่า ไม่ได้มองว่าเป็นการกดดันพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นความต้องการของพรรคร่วมรัฐบาล ที่อยากให้แก้ไข 2 ประเด็นที่อยู่ในผลการศึกษาของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งการที่พรรคเหล่านี้หยิบยกขึ้นมา อาจเป็นความจำเป็นบางประการ แต่พรรคประชาธิปัตย์นั้น ส.ส.ยังไม่ได้ประชุมกันเลยและไม่อยากให้นำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งรอบ 2 เพราะสถานการณ์ของรัฐธรรมนูญตอนนี้ยังไม่มีอะไร จึงไม่ควรถูกนำเป็นปัญหาทางการเมือง อีกทั้งเห็นว่าถ้าจะแก้ปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญ น่าจะรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายกว่านี้ เพราะถ้าทำกันในหมู่พรรคการเมือง ขณะที่สังคมไม่ยอมรับ และฝ่ายค้านกับ ส.ว.ไม่ร่วมด้วย แต่เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลเสนอ 2 ประเด็นนี้ขึ้นมา ก็ต้องนำไปถามสังคมว่าคิดเห็นอย่างไร ถ้าเห็นด้วย ก็ไม่มีใครขัดข้อง

ชี้"เติ้ง"ต้องฟังเสียงปชป.-ส.ว.ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังต้องการให้ทำประชามติ เพื่อถามความคิดเห็นเรื่องนี้ก่อนใช่หรือไม่ นายเทพไท กล่าวว่า ถ้าทำประชามติ จะเป็นคำตอบให้กับสังคมได้ว่า ใครจะอยากหรือไม่อยากให้แก้ไข เมื่อถามว่ามีการประเมินกันภายในพรรคหรือไม่ว่า การที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติขอเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อาจมีการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญไปพร้อมกัน เพื่อสร้างความแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาล นายเทพไทกล่าวว่า ความแตกแยกภายในพรรคร่วมรัฐบาลไม่น่าจะเกิดขึ้นจากเรื่องนี้ เพราะพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคเข้าใจดีอยู่แล้วว่า เรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องรัฐสภา ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ผูกมัดรัฐบาล จึงไม่เชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อรัฐบาล


โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องที่นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยและประธานที่ปรึกษาหัวหน้า ชทพ.ระบุ จะให้ ส.ส.ชทพ.ร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญกับฝ่ายค้าน ซึ่ง ภท.จะร่วมด้วยเช่นกัน เป็นการเล่นเกมที่หวังให้แก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองหรือไม่ว่า ไม่น่าจะมีอย่างนั้น สงสัยว่าเรื่องดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ฝ่ายค้านมีความชัดเจนอยู่แล้วว่าจะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 แต่ต้องการให้มีการเลือกตั้งที่ใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 และเมื่อฝ่ายค้านไม่ร่วมด้วย ก็เป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลต้องพูดกัน และต้องไปหารือกับ ส.ว.ด้วย ทั้งนี้ นอกจากนายบรรหารต้องฟังเสียงของพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ยังต้องฟังเสียงจาก ส.ว.ด้วยว่าคิดอย่างไร


............................................................


"บุรณัชย์-สาธิต"แถลงเรื่องแก้รธน.-ร้อง"แม้ว"หยุดเคลื่อนไหว

Source - พรรคประชาธิปัตย์ (Th)
วันที่ 03 มกราคม พ.ศ. 2553



นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกปชป.และนายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคฯ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะไม่สร้างความแตกแยกให้กับรัฐบาล พร้อมเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อให้ประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เมื่อ 3 ม.ค.

............................................................


"สาธิต"ถาก"มานิต"ไม่เคารพกฎเหล็ก9ข้อ ทำรัฐบาลเสื่อม

Source - พรรคประชาธิปัตย์ (Th)
วันที่ 03 มกราคม พ.ศ. 2553



นายสาธิต ปิตุเตชะ .ส.ระยอง และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงปัญหาการทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งในกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นเหตุให้นายวิทยา แก้วภราดัย ลาออกจากตำแหน่งรมว.สาธารณสุข แต่นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข ยื้อไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง ว่า เรื่องทุจริตต้องยึดกฎเหล็ก 9 ข้อ หากใครไม่ยึด มันไม่เสื่อมเฉพาะคนใดคนหนึ่ง แต่เสื่อมกับรัฐบาลด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่เห็นพรรคร่วมรัฐบาลจะเคารพกฎเหล็ก 9 ข้อ นายสาธิต กล่าวว่า กฎเหล็ก 9 ข้อวันนี้ยังไม่ได้รับการตอบสนองว่าใช้ไม่ได้ แต่เหตุการณ์ในสธ.จะเป็นตัวตอบสนองว่าใช้ได้หรือไม่ เรื่องนี้อย่างเพิ่งสรุป เพราะยังมีเวลาที่จะนำไปสู่จุดจบปัญหานี้อยู่


............................................................


"สาธิต"มั่นใจหลังหารือพรรคร่วม เรื่องแก้ไขรธน.จะได้ข้อยุติ

Source - พรรคประชาธิปัตย์ (Th)
วันที่ 03 มกราคม พ.ศ. 2553

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นที่มักมีความเห็นแตกต่างกัน แต่ละพรรคย่อมมีมุมมองและความเห็นที่แตกต่าง ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าสุดท้ายเมื่อถึงกระบวนการพูดคุยระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล จะได้ข้อยุติที่ชัดเจนและตรงกันในที่สุด  ประเด็นที่พรรคร่วมมีความเห็นตรงกันนั้น มีเพียงประเด็นมาตรา 165 เรื่องเขตเลือกตั้งเท่านั้นที่ยังไม่เห็นตรงกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อนำความเห็นเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค เชื่อว่าพรรคจะมีความเห็นที่ชัดเจน และสุดท้ายควรถามประชาชนด้วยว่าจะให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นใดบ้าง และในปีนี้ประชาชนจะให้ความสำคัญกับแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง หรือประเด็นการเมืองมากกว่ากัน

ส่วนข่าวพรรคร่วมรัฐบาลอาจจะสลับขั้วไปร่วมกับฝ่ายค้านในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากคนไม่เข้าใจอาจหวั่นไหว แต่ถ้าเข้าใจกระบวนการทั้งหมด จะรู้ว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ปัญหา เพราะในข้อตกลงคือเรื่องไหนที่มีความเห็นตรงกันก็เสนอโดยรัฐบาล แต่เรื่องไหนที่มีความเห็นไม่ตรงกันก็นำเข้าไปสู่กระบวนการของรัฐสภา

เมื่อถามว่า ถ้าพรรคร่วมเสนอเข้ามาและพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย จะมีการเคลื่อนไหวอย่างไร นายสาธิต กล่าวว่า เป็นเรื่องของสภา เช่น การแบ่งเขตเลือกตั้ง เพราะมีหลายฝ่ายที่ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน ส่วนกรณีพรรคชาติไทยพัฒนาออกมาเรียกร้องในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่จริงใจนั้น ถือเป็นสิทธิ ซึ่งเรื่องดังกล่าวตัวลูกพรรคอาจพูด แต่ในส่วนของกรรมการบริหารพรรคอาจพูดคุยหารือว่า จะดำเนินการอย่างไร และพรรคประชาธิปัตย์ไม่เหมือนพรรคการเมืองอื่น ที่ทำอะไรเพื่อตัวเอง หากคิดเพื่อตัวเองในการทำงานการเมือง ก็ทำให้อยู่ยาก ดังนั้น การเป็นพรรคการเมืองที่อยู่มาระยะยาวต้องคิดว่าทำแล้ว ความรู้สึกประชนเข้าคิดอย่างไร อาจจะต่างกับพรรคการเมืองอื่น 

สถานีโทรทัศน์
ช่อง 3 l ช่อง 5 l ช่อง 7 l Modern 9 TV l ทีวีไทย l Nation Channel l ASTV l PTV
หนังสือพิมพ์
The Nation l คมชัดลึก l มติชน l ไทยรัฐ l เดลินิวส์ l ข่าวสด l ไทยโพสต์ l แนวหน้า l กรุงเทพธุรกิจ l สยามรัฐ l บ้านเมือง l ฐานเศรษฐกิจ l บางกอกโพสต์ l โพสต์ทูเดย์ l ประชาชาติธุรกิจ
หน่วยงานราชการ
- ตำรวจท่องเที่ยว
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- Internet Police
- ตำรวจทางหลวง
- กระทรวงการคลัง
- กระทรวงการต่างประเทศ
- กระทรวงคมนาคม
- กระทรวงพาณิชย์
- กระทรวงยุติธรรม
 
 
 
Copyright © 2003 Satit Pitu-techa Office. All Rights Reserved
Contact Us : kanyanat.ks@hotmail.com