สาธิตวาไรตี้
แนะนำ"เว็บดังที่ชื่นชอบ" จากคอลัมน์มองโลกผ่านสื่อ นสพ.สารประชาธิปัตย์
"ประชาธิปไตย ไม่มีวันหยุด"
เรื่องราวความผูกพันธ์ระหว่าง ส.ส.สาธิต ปิตุเตชะ และเด็กชาย ที่ชื่อ "ประชาธิปไตย"
"พรรคประชาธิปไตย"
หลากหลายมุมมอง ถ่ายทอดผ่านเสียงเพลง จากส.ส.สาธิต ปิตุเตชะ จัดทำโดยคณะกรรมการภาคกลาง
ระยอง เริ่มปรากฎ ชื่อในพงศาวดาร เมื่อ ปี พ.ศ.2113 ในรัชสมัยของ สมเด็จพระมหาธรรมราชาแห่ง กรุงศรีอยุธยา โดยมีประวัติดั้งเดิมตามข้อ สันนิษฐานว่าน่าจะก่อตั้งเมืองขึ้น เมื่อประมาณพ.ศ. 1500 ยุคที่ขอมมีอนุภาพเฟื่องฟูแถบดินแดน สุวรรณภูมิ นักโบราณคดีได้สันนิษฐานจาก หลักฐานที่พบ คือ ซากศิลาแลงคูค่าย ที่ยังหลงเหลือ อยู่ในเขต อำเภอ บ้านค่าย อันเป็นศิลปะการ ก่อสร้างแบบขอม โดยในสมัยโบราณระยอง มีชนพื้นเมือง คือชาวซองซึ่งเป็นเผ่าที่อาศัยอยู่กระจาย โดยทั่วไปใน ภาค ตะวันออก ... มีต่อ>>



'สาธิต' ชื่นชม “ศาลาไทย” เลื่อนอันดับผู้เข้าชมมากที่สุดอันดับ 3 เตรียมชง ครม.ขอเป็นเจ้าภาพจัด “เวิลเอ็กซ์โปโลก”ปี 2020

Source - พรรคประชาธิปัตย์ (Th)
วันที่ 06 มิถุนายน 2553


พรรคประชาธิปัตย์ เวลา 11.15 น.นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ประเทศไทยได้มีส่วนร่วมในการจัดงานเวิลเอ็กโปที่เซี้ยงไฮ้ ว่าขอชื่นชมการทำงานของรัฐบาลและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ใช้เงินลงทุนเพียง 600 ล้าน ซึ่งถือว่าน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ในการจัดศาลาไทย ซึ่งตั้งแต่เปิดได้มีการขยับตำแหน่งจากระดับกลางมาอยู่ที่ระดับ 3 ใน 7 ของประเทศที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด รองลงมาจากซาอุดิอาระเบีย และจีน มีผู้เข้าชมประมาณ วันละ 40,000 คน ทำให้เป็นที่รู้จักของทั่วโลก

นายสาธิต กล่าวว่า ถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งภาพที่ประทับใจผู้ที่เข้าชมมากที่สุดคือหนัง 4 มิติ เพราะนอกจากภาพ 3 มิติแล้วยังมีสายฝนที่มีกลิ่นมะลิอีกด้วย และตนขอสนับสนุนรัฐบาลในการให้กระทรวงพานิชย์ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะดำเนินการในการเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพการจัดงานเวิลเอ็กซ์โป ในปี 2020 เข้าสู่ ครม. ซึ่งในเอเชียเคยเป็นเจ้าภาพเพียง 3 ประเทศเท่านั้น

พร้อมเผย "กก.4ฝ่าย" ตั้ง "กก.ชั่วคราว" แทนองค์กรอิสระ แก้ปัญหามาบตาพุด ระหว่าง รอกม.ฉบับจริง กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีคณะกรรม4 ฝ่ายที่มีนายอานันท์ ปัญยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานและนายนกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กับคณะได้ลงพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง เพื่อดูความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ได้มีความคืบหน้าคือ 1 .ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชั่วคราว 13 คนเพื่อทำหน้าที่แทนองค์กรอิสระในการทำหน้าที่พิจารณาว่าการดำเนินการก่อนที่จะให้ความเห็นเพื่อนำไปสู่การอนุมัติของกระทรวงอุตสาหกรรมในการประกอบกิจการ เพื่อรอกฎหมายฉบับจริงที่จะมีการนำเข้าสู่คณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันที่ 8 มิ.ย. ซึ่งระหว่างที่รอนั้นคณะกรรมการชุดดังกล่าวสามารถทำงานได้เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

นายสาธิต กล่าวว่า 2. การกำหนดประเภทของกิจการ ว่ามีกิจการใดที่เข้าข่ายตามมาตรา 67 วรรค 2 ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่มีความชัดเจน เช่นโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานธรรมชาติต้องเดินตามมาตราหรือไม่ ทางคณะกรรมการจะกำหนดคำนิยามของประเภทกิจการให้ชัดเจน ขณะนี้มีความคืบหน้า 95% ผู้ประกอบการ นักลงทุนจะมีความชัดเจนในการตัดสินใจว่าจะประกอบกิจการใดที่จะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญดังกล่าว ซึ่งเมื่อเสร็จสมบูรณ์จะนำเข้าสู่ครม.ประกาศเพื่อให้นักลงทุนมีความชัดเจนในการดำเนินการ เดิมมีเพียง 19 กิจการที่มีการระบุไว้แต่ยังไม่มีความชัดเจน

นายสาธิต กล่าวอีกว่า 3. ผังเมือง มีการแยกออกเป็น 2 ส่วน 1.ระยะแนวป้องกันในเขตพื้นที่อุตสาหกรรมในรอบเขตพื้นที่อุตสาหกรรมต้องมีกันชนตั้งแต่ 0-50 เมตร ภายในโรงงานอุตสาหกรรมด้วยกัน 2.กันชนแนวรอบเขตอุตสาหกรรมจะต้องมีเขต บล็อกเกอร์โซน ซึ่งมีไว้เพื่อเป็นแนวป้องกันไม่ให้รอบแนวที่กำหนดห้ามทำการประกอบกิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น หมู่บ้านจัดสรร โรงเรียน วัด ซึ่งไม่สามารถทำได้ให้มีความชัดเจนมากขึ้น มีแนว 0-2,000 เมตร

นายสาธิต กล่าวต่อว่า 4.มาตราการเติมเต็ม ในเรื่องของการทำแบบจำลองในการลดมลภาวะที่เป็นพิษจะต้องมีการดำเนินการอย่างไร นอกเหนือจากกฎหมายที่ทางรัฐบาลได้กำหนดไว้ เช่นการปล่อยก๊าซบางชนิดที่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม ที่บางครั้งอาจเกินข้อกำหนดอาจมีการจำกัดสารเหล่านี้ให้เป็น 0 ตั้งแต่อยู่ในโรงงาน เป็นต้น คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน 2-3สัปดาห์

นายสาธิต กล่าวอีกว่า ตนสนับสนุน เพราะหลักคือจะได้มีความชัดเจนของผู้ประกอบการในการดำเนินการประกอบกิจการ ประเภทกิจการจะมีความชัดเจน เพราะฉะนั้นการขับเคลื่อนการลงทุน เพื่อที่จะให้เป็นไปตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้คาดหมายไว้แล้วนั้นมีการก้าวหน้า ซึ่งถือว่าส่วนนี้มีความสำคัญ


............................................................


"สาธิต" แนะ มูลนิธิกระจกเงา เปิดเผยชื่อ 34 คนหายช่วงเผาเมือง ให้ทุกฝ่ายช่วยกันหาตัว จี้ ทำตรงไปตรงมา หวั่นมีนัยทางการเมืองสอดรับกับเพื่อไทย

Source - พรรคประชาธิปัตย์ (Th)
วันที่ 30 พฤษภาคม 2553


นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงาออกมาเปิดเผยจำนวนผู้ชุมนุมในเหตุการณ์19 พ.ค. ว่ามีผู้สูญหายจำนวน34 ราย ว่า ถือเป็นความชอบธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบ แต่อยากให้มูลนิธิฯเปิดเผยรายชื่อทั้งหมดว่าเป็นใครเพื่อทุกฝ่ายจะได้ช่วยกันตรวจสอบว่ามีใครถูกจับกุมไปบ้าง เช่นกรณีน.ส.ดาวธิดา ไม่ทราบนามสกุล เป็นคนจ.ระยอง ทางญาติได้มาพบเจ้าหน้าที่แจ้งสูญหาย แต่ทางน.ส.ดาวธิดาได้ติดต่อมายังญาติแล้วบอกว่าอยู่ที่กรุงเทพ ไม่กล้ากลับบ้านเพราะกลัวอันตราย ดังนั้นหากมูลนิธิฯปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามวัตถุประสงค์ก็ถือเป็นความชอบธรรม แต่ตนคิดว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีนัยยะทางการเมืองเพราะสอดรับกับการเคลื่อนไหวของนายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่หยิบกยกเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นการเมือง

“ผมตั้งข้อสงสัยไปยังมูลนิธินี้ว่าการออกมาทำหน้าที่ทำไมถึงมีนัยยะทางการเมือง และขอเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องว่าขอให้ไปตรวจสอบว่ามูลนิธินี้ตั้งโดยใคร จริงๆแล้วมีวัตถุประสงค์อะไร แต่ถ้ามูลนิธิกระจกเงาตั้งขึ้นมา เพื่อมีวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือเด็กพิการ แต่ออกมาพูดถึงเรื่องคนหายก็ถือว่าเป็นความผิดปกติที่เจ้าหน้าที่รัฐต้องเข้าไปตรวจสอบว่ามีพรรคการเมืองไหนที่เอามูลนิธินี้มาเป็นเครื่องมือทาการเมืองหรือไม่ เพราะการออกมาพูดสอดคล้องกับโฆษกพรรคเพื่อไทยในการหยิบยกมาเป็นประโยชน์ทางการเมือง” นายสาธิตกล่าว

นายสาธิต กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ฝ่ายค้านจะนำคลิบขึ้นมาเปิดนั้น ตนคิดว่าพรรคเพื่อไทยจะต้องมียางอาย และต้องปฏิบัติตามกติกาที่ประธานสภาผู้แทนราษฏร ได้ตั้งคณะกรรมการ3 ฝ่ายขึ้นมาพิจารณาตรวจสอบ เพราะที่ผ่านมาในอดีตเคยมีการตัดต่อคลิปเสียงของนายฯ ซึ่งเป็นคำสั่งไม่ให้ใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายนปี2552 แต่ไปถูกตัดต่อให้ใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุมว่าสั่งให้ใช้ความรุนแรง อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดงมักจะถามหาความรับผิดชอบของนายกฯในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งที่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ แต่จะชอบหรือไม่ก็ต้องให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้พิสูจน์ว่าใครผิดหรือถูก ซึ่งนายกฯก็พูดชัดเจนว่าถ้าคณะกรรมการชี้ว่าผิดก็พร้อมที่จะรับผิดชอบ แต่ตนก็อยากจะถามความรับผิดชอบของส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. เพราะเป็นต้นเหตุสำคัญในการชุมนุมที่เกิดขึ้นจนมีเหตุให้ทหารเสียชีวิตและบาดเจ็บ ก็อยากจะถามว่าพรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช.จะรับผิดชอบอย่างไร

นายสาธิต ยังกล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้(31 พ.ค.) เวลา 09.00 น. ตนจะยื่นหนังสือ พร้อมด้วยรายชื่อส.ส.จำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะส.ส.พรรคประชาธิปตย์ ต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฏร เพื่อให้พิจารณาถอดถอนนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย นายวิเชียร์ ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี และ นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. โดยจะมีการยื่นก่อนที่จะมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

............................................................

“ประมวล เอมเปีย” หนุน “สาธิต” ถอดถอน “พ.อ.อภิวันท์”

Source - พรรคประชาธิปัตย์ (Th)
วันที่ 01 มี.ค. 2553

ประชาธิปัตย์ 1 มี.ค.- นายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนแนวคิด นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ที่เตรียมล่าชื่อ ส.ส. และตั้งโต๊ะให้ประชาชนเข้าชื่อร่วมถอดถอน พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ออกจากตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากวางตัวไม่เหมาะสม และไม่มีความเป็นกลางในการทำหน้าที่

“รองประธานสภาฯ บางครั้งต้องทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมสภาฯ แต่มีหลายครั้งที่ พ.อ.อภิวันท์ ขึ้นเวทีคนเสื้อแดง และให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อฯ ออกรับแทนคนเสื้อแดง ทั้งๆ ที่รู้ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงตั้งใจจะล้มการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มันถูกตรงไหน” นายประมวล กล่าว

นายประมวล ยังกล่าวว่า พ.อ.อภิวันท์ ทำทุกอย่าง เพื่อหวังเป็นใหญ่ในพรรคเพื่อไทย หรือต้องการเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หวังจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี จึงต้องทำงานให้เข้าตานายใหญ่ ถึงกับออกมาพูดตีกัน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่ให้ทำหน้าที่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทั้งๆ ที่ ร.ต.อ.เฉลิม ได้การันตีด้วยตัวเองว่า พร้อมที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

“แสดงให้เห็นชัดเจนว่า มีความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย แย่งชิงกันเป็นใหญ่ในพรรค ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่รองประธานสภาฯ ผลที่ออกมาจึงเอนเอียง เอื้อประโยชน์ต่อพรรคพวกตัวเองอย่างที่เห็น จึงขอให้พิจารณาตัวเอง อย่าให้ภาพของสภาฯ ต้องมัวหมองไปกว่านี้เลย” นายประมวล กล่าว.-สำนักข่าวไทย


............................................................



“สาธิต” ติง “พ.อ.อภิวันท์” วางตัวไม่เหมาะสม

Source - พรรคประชาธิปัตย์ (Th)
วันที่ 28 ก.พ. 2553


ประชาธิปัตย์ 28 ก.พ.- นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณี พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับพรรคเพื่อไทย และโจมตีระบบตุลาการ ว่า เป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะถือว่าเป็นการวางตัวไม่เป็นกลาง ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงขอเตือนว่า หากยังคงมีพฤติกรรมดังกล่าว จะใช้ช่องทางข้อกฎหมาย ให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร.- สำนักข่าวไทย

............................................................



"สาธิต"บอกเรื่องธรรมดา"อัศวิน"ตั้งลูกน้องโผล่บัญชี บช.ภ.2

Source - พรรคประชาธิปัตย์ (Th)
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553


ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 17 ก.พ.  นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโผแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการและสารวัตรสังกัดบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (บช.ภ.2) ว่า  จากการที่เห็นรายชื่อตำรวจซึ่งถูกแต่งตั้งโยกย้าย ถือว่าน่าพอใจ 80 %  และดีขึ้นกว่าโผครั้งแรก

ส่วนที่มองกันว่าโผครั้งนี้มีรายชื่อลูกน้องของพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะรักษาการผบช.ภ.2 ได้รับการโยกย้ายให้ไปอยู่ในพื้นที่ทำเลทองด้วยนั้น นายสาธิต กล่าวว่า  ตนมอง เป็นธรรมดาที่เมื่อใครมีอำนาจ ก็จะแต่งตั้งคนของตัวเอง ซึ่งพล.ต.ท.อัศวินก็เป็นผู้จัดทำบัญชีปรับแก้ตำแหน่งในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก



สถานีโทรทัศน์
ช่อง 3 l ช่อง 5 l ช่อง 7 l Modern 9 TV l ทีวีไทย l Nation Channel l ASTV l PTV
หนังสือพิมพ์
The Nation l คมชัดลึก l มติชน l ไทยรัฐ l เดลินิวส์ l ข่าวสด l ไทยโพสต์ l แนวหน้า l กรุงเทพธุรกิจ l สยามรัฐ l บ้านเมือง l ฐานเศรษฐกิจ l บางกอกโพสต์ l โพสต์ทูเดย์ l ประชาชาติธุรกิจ
หน่วยงานราชการ
- ตำรวจท่องเที่ยว
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- Internet Police
- ตำรวจทางหลวง
- กระทรวงการคลัง
- กระทรวงการต่างประเทศ
- กระทรวงคมนาคม
- กระทรวงพาณิชย์
- กระทรวงยุติธรรม
 
 
 
Copyright © 2003 Satit Pitu-techa Office. All Rights Reserved
Contact Us : kanyanat.ks@hotmail.com