เผด็จการประชานิยม
แถลงในนาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ เลขานุการคณะกรรมาธิการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน

นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ไม่ใช่ในนามพรรค หรือคณะกรรมธิการ

ผมคิดว่าในขณะนี้รัฐบาลโดยการนำของ ฯพณฯ นายกทักษิณฯ มีความเข้มแข็ง และอาจจะเป็นรัฐบาลต่อไปอีกหนึ่งสมัยครบ 8 ปี และสามารถจำนำนโยบายตามแนวคิดของ ฯพณฯ บริหารประเทศโดยไม่มีปัญหาอุปสรรคแต่อย่างใด ส่วนประเทศชาติจะเสียหายร้ายแรงแค่ไหน อยู่ได้หรือไม่ เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่สำหรับผมเห็นว่า ประเทศที่กำลังพัฒนาหรือประเทศที่พัฒนาแล้ว จะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องมีหลักสำคัญตรงกันว่า ต้องสร้างให้ประชาชนพึ่งตนเองได้ และประชาชนต้องไม่มีรายได้จากงบประมาณของประเทศ รัฐเป็นเพียงผู้บริหารรายได้ และสร้างสวัสดิการให้ประชาชน

ที่ผมบอกว่ารัฐบาลของนายกทักษิณฯ จะอยู่ได้อย่างเข้มแข็ง เพราะว่านับแต่นี้ต่อไป ผมคิดว่าประเทศไทย ปกครองในระบบประชาธิปไตยซึ่งมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุขในแบบ "เผด็จการประชานิยม" ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติ ดังนี้

1. สามารถควบคุมอำนาจบริหาร เช่น รัฐมนตรี ทหาร ตำรวจ นิติบัญญัติ    ได้แก่ สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และตุลาการบางส่วน เช่น ตุลาการ
   ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งควรเป็นอิสระซึ่งกันและกัน

2. เป็นผู้ทรงอิทธิพลทางธุรกิจเอกชนมากที่สุดของประเทศ
    2.1 เป็นเจ้าของธุรกิจสัมปทานผูกขาดของรัฐ ที่สร้างรายได้ให้กับตน
          เองมากที่สุด
    2.2 นำรายได้ดังกล่าวมาสร้างอิทธิพลทางธุรกิจด้านอื่น เช่น สื่อ โรง
          พยาบาล โรงแรม ฯลฯ เพื่อให้เป็นร่วมทางความคิดของตนเอง

    2.3 พร้อมใช้อำนาจรัฐ ตรวจสอบ ใช้อำนาจเพื่อกดดันในทางธุรกิจ
          กับผู้ประกอบธุรกิจอื่นที่มิใช่พวกของตนเอง
3. มีแนวความคิดว่าตนเอง "คือสิ่งที่ถูกต้อง และตนเองคือประเทศ
   ชาติ"
ใครวิพากวิจารณ์ตนเองถึงแม้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็คิดว่าผู้ที่
    วิจารณ์นั้นไม่รักประเทศชาติ
4. มักคำใช้คำพูดเสมอว่า ทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติ ไม่ต้องการ
    ตัวแทน
    
    ความหมายของคำว่ารักชาติเพื่อประเทศชาติ ทุกคนมีสิทธิรักชาติและ
ทำเพื่อประเทศชาติทุกคน แต่ขออย่าให้รักชาติแต่เพียงคำพูดอย่างเดียว แต่ขอให้รักชาติที่เกิดจากการกระทำ ที่ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติด้วย
    คนจนๆ ตกงานมีสิทธิ์ที่จะเป็นคนรักชาติได้ถ้าเขาไม่ได้ไปทำเรื่องที่
ี่เสียหายต่อประเทศชาติ เช่น ไม่ไปปล้นฆ่าผู้อื่นเพื่อทำให้เสียภาพพจน์
ของประเทศ หรือเขาทำตามหน้าที่ที่เขารับผิดชอบอยู่ ก็ถือได้ว่าเขาเป็นผู้รักปรระเทศชาติได้เช่นกัน โดยไม่ต้องพร่ำพูดเสมอว่าเขารักประเทศชาติ เพราะเขาได้ปฏิบัติและกระทำในสิ่งที่ได้ชื่อว่ารักประเทศ
    แต่ในทางกลับกันคนที่อาจร่ำรวยที่สุดในประเทศ และมีอำนาจที่สุดในประเทศ และพร่ำพูดตลอดเวลาว่าตัวเองรักชาติ ทำเพื่อประเทศชาติ และในขณะเดียวกันก็ต่อว่าคนที่วิพากวิจารณ์ตนเองเป็นพวกที่ไม่รัก
ประเทศ และพร้อมกันนั้นการกระทำและพฤติกรรมที่กระทำอยู่นั้นเป็น
การกระทำที่เห็นได้ชัดเป็นรูปธรรมว่า อาจจะทำเพื่อประโยชน์ของชาติเพียงส่วนหนึ่ง แต่ผลแห่งการกระทำ ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของนโยบาย เป็นเหตุให้ประเทศชาติเสียหาย และหลักใหญ่ชัดเจนว่าเป็นการหาเสียง หาคะแนนนิยมให้กับตนเองบนความเสียหายของประเทศ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่อารยะประเทศมองภาพลักษณ์ภายใน ในทิศทางที่เป็นลบ
    อย่างนี้เราจะเรียกว่ารักชาติทำเพื่อประเทศชาติได้หรือไม่ และถ้าไม่พิจารณาจาก 2 กรณี ผมคิดว่า ในกรณีแรกน่าจะเรียกว่ารักชาติได้เต็มปากว่า เพราะเป็นความรักชาติด้วยการกระทำ ไม่ได้รักชาติด้วยคำพูด
    คนที่คิดว่า "ผู้ที่วิพากวิจารณ์ และตรวจสอบการทำหน้าที่ของตนเองจะเป็นพวกที่ไม่รักชาติ ไม่เห็นประโยชน์ของประเทศชาติ น่าจะถือได้ว่าผู้นั้นเป็นเผด็จการโดยแท้ เพราะคิดว่าตนเอง คือประเทศชาติและความถูกต้อง"

5. ดำเนินนโยบายปิดประเทศไทยแสดงพฤติกรรม ว่าประเทศจะอยู่ได้
    โดยลำพังโดยไม่อาศัยพึ่งพาอารยะประเทศ
    สิ่งที่ท่าน นายกทักษิณฯ มีคุณสมบัติดังกล่าวมาแล้วนั้น ผมจะเปรียบ
เทียบให้เห็นว่ามีคุณสมบัติ อย่างเดียวกันกับเผด็จการ คุณลักษณะของ "เผด็จการ"
1. ถือตนเองเป็นประเทศ และความถูกต้อง ใครวิพากวิจารณ์ตนเอง
    เป็นพวกไม่รักชาติและพูดตลอดเวลาว่าทำเพื่อประเทศชาติ
2. ใช้อำนาจและอิทธิพล ทางธุรกิจ แทรกแซงสื่อสารมวลชน
    2.1 กดดันรังแกผู้ที่วิพากวิจารณ์ตน
    2.2 เป็นเจ้าของสื่อที่คอยเป็นกระบอกเสียงและชี้แนวความคิดของ
          คนในสังคมให้คล้อยตาม (เป็นเรื่องอันตรายมาก)
3. ไม่รับฟังข้อท้วงติงที่เป็นผลเสียหายต่อประเทศ และคำวิพากวิจารณ์
    อย่างบริสุทธิ์
4. ดำเนินนโยบายปิดประเทศโดยแสดงพฤติกรรม ว่าประเทศจะอยู่ได้
    โดยลำพังโดยไม่อาศัยพึ่งพานานาอารยะประเทศ
5. สามารถควบคุมอำนาจ บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการบางส่วนได้
    อย่างเบ็ดเสร็จ เป็นเหตุให้ทั้ง 3 อำนาจไม่เป็นอิสระซึ่งกันและกัน     (ผิดหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย ต้องแบ่งแยกอำนาจทั้ง 3     ฝ่ายอย่างอิสระ)
    5.1 อำนาจบริหารได้แก่ รัฐมนตรี ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ
    5.2 สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา
    5.3 ตุลาการ เช่นศาลรัฐธรรมนูญ
    นับแต่นี้ต่อไปผมขอชี้ให้ประชาชนเห็นว่า นี้คือการปกครองในแบบ
เผด็จการในรูปแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหา
กษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งผมเห็นว่าไม่เหมาะกับประเทศไทย ผมจึงขอต่อต้านการดำเนินการของรัฐบาลเผด็จการทุกรูปแบบ แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่าเผด็จการไม่ดีทั้งหมด ถ้าเราได้ผู้นำเผด็จการที่ดี ก็จะนำพาประเทศชาติไปสู่ทางที่ดี แต่ถ้าผู้นำเผด็จการไม่ดี ประเทศชาติก็จะเสียหายอย่างร้ายแรง เพราะฉะนั้นผมอยากให้ประชาชนและสื่อมวลชนทั้งประเทศช่วยคิดให้
รอบคอบว่าจะให้ประเทศเดินไปในทิศทางใด ระหว่างประชาธิปไตยกับ
เผด็จการสำหรับผมขออาสาทำสงครามกับรัฐบาลเผด็จการตั้งแต่นี้ต่อไป
    

นายสาธิต ปิตุเตชะ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์
เลขานุการคณะกรรมาธิการการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร






 

ระยองเริ่มปรากฏชื่อใน
พงศาวดาร เมื่อปี พ.ศ.2113
ในรัชสมัย....

  ยุทธศาสตร์การพัฒนา จ.ระยองปี พ.ศ.2537-2547"ให้จังหวัดระยอง...
  จังหวัดระยองมีพื้นที่ประมาณ 3,552 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,220,000 ไร่....
  จังหวัดระยองเป็นศูนย์กลาง
ของชายฝั่งทะเลตะวันออกที่
ี่สามารถเชื่อมโยงกับนานา.....
  เกาะมัน, เกาะแก้วพิสดารหรือ
เกาะเสม็ด,วัดสารนารถธรรมา
ราม, ถ้ำเขาวง.....
  สภาพเศรษฐกิจระยองเป็น
จังหวัดที่มีสภาพทางเศรษฐกิจ
ดีจังหวัดหนึ่ง...
  ข้าวเกรียบรสผลไม้, ศาลาพักร้อน, ปลากรอบสามรส,
ผ้าบาติก....
  เทศกาลผลไม้และของดีเมือง
ระยอง...เป็นงานเทศกาลประ-
จำปีของ จ.ระยอง....
 

Copyright © 2003 Satit Pitu-techa Office. All Rights Reserved
Contact Us : webmaster@satitlife.com